มนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือไม่

จากบินจากนอกโลกเคยมาเยือนโลกจริงหรือ

ในวัฒนธรรมร่วมสมัย (Popular Culture) ความคิดเรื่องมนุษย์ต่างดาวได้รับการเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนิยายวิทยาศาสตร์ สารคดี ภาพยนตร์ชุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการถ่ายทอดลงบนแผ่นฟิล์มภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์ หรือไซไฟ และล่าสุดอินเทอร์เน็ต

ความเชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวจะฟังดูเหลวไหลสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับนักวิทยาศาสตร์เองให้ความสนใจการมาเยือนของสิ่งมีชีวิตนอกโลกไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการสืบหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกโดยองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งสหรัฐหรือนาซา ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

สิ่งมีชีวิตที่องค์การนาซากำลังดำเนินโครงการค้นหาอยู่เป็นสิ่งมีชีวิตระดับพื้นฐานมาก แม้แต่ความพยายามสืบค้นว่าดาวอังคารยังมีน้ำ แหล่งกำเนิดของชีวิตอยู่ใต้ผิวดินหรือไม่ ก็ยังคาดหมายว่าอย่างดีคงได้พบแค่จุลินทรีย์เท่านั้น

จึงเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อว่ามีใครสักคนเคยพบกับมนุษย์ต่างดาว และเคยเห็นพาหนะที่ใช้เดินทางข้ามกาแล็กซีมาแล้ว แต่สำหรับ ศ.ดร.นพ.เทพพนม เมืองแมน ไม่เพียงแต่เชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจ เขายังเป็นผู้หนึ่งที่เปิดเผยกับสาธารณชนมาตลอดว่า มนุษย์ต่างดาวมีจริง และเขาเป็นหนึ่งในนั้นที่พบและพูดคุยกับมิตรจากนอกโลกที่นำคำทำนายอวสานโลกมาด้วย

“จากการติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวครั้งล่าสุดด้วยการสื่อสารทางจิต เขา (มนุษย์ต่างดาว) ได้ฉายลำแสงขึ้นฟ้าให้ผมถ่ายเป็นภาพ ซึ่งตีความหมายได้ว่า อีก 6 ปีข้างหน้าน้ำจะท่วมมหาศาล จนเป็นเมืองใต้บาดาล แผ่นดินไทยจะหายไปกว่าครึ่งประเทศถึงแนวระดับ จ.นครสวรรค์ และภาคอีสานตอนบน โดยจะมีพายุงวงช้างนำมาก่อน ตามมาด้วยคลื่นยักษ์ และแผ่นดินไหวหลังจากนั้นจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 โดยประเทศมหาอำนาจในตะวันออกกลาง และมีอุกกาบาตพุ่งเข้าล้างเผ่าพันธุ์มนุษยชาติ” ศ.ดร.นพ.เทพพนม เมืองแมน นายกสมาคมเวชพิพัฒน์ กล่าว

ย้อนไปราว 50 ปี น.พ.เทพพนม (ตำแหน่งในขณะนั้น) ได้ทุนการศึกษาจากกองทุนข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ไปศึกษาต่อด้านการแพทย์ ณ สหรัฐอเมริกากว่า 15 ปี และเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นจานยูเอฟโอ พร้อมกับชาวอเมริกันกว่าพันคนที่อยู่ในละแวกเดียวกัน

“เหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดเมื่อประมาณ 10 นาฬิกาของเช้าวันหนึ่ง ขณะไปแคมปิงกับเพื่อนโดยใช้กล้องส่องทางไกลที่พกอยู่ พบว่าวัตถุที่เห็นมีลักษณะเป็นจานโดมสีเงิน 2 ลำลอยคู่กัน หลังจากนั้นสักครู่ก็มีคนโทรศัพท์แจ้งกองทัพอากาศอเมริกัน ซึ่งทางกองทัพได้ส่งเครื่องบินเจ็ทมาไล่ถึง 2 ลำ ทำให้จานบินลอยขึ้นในแนวตรงจนหายลับไปจากท้องฟ้า”

นายกสมาคมเวชพิพัฒน์เล่าว่า ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา เขาสามารถถ่ายรูปจานบินเก็บไว้ได้กว่า 200 ลำ และมนุษย์ต่างดาวที่ออกมาจากยานประมาณ 30 คน ทั้งที่คล้ายมนุษย์และหน้าตาประหลาดต่างกันออกไปหรือแม้แต่ไม่มีหน้าตา ในสถานที่ต่างๆ เช่น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เขากะลา ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ สะพานแม่น้ำแคว จ.กาญจนบุรี ประเทศอียิปต์ ประเทศจีน เป็นต้น

นับแต่นั้นจนปัจจุบันอายุย่างเข้า 72 ปีแล้ว เขายังติดตามข้อมูลเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวหรือจานบิน รวมถึงศึกษาหาวิธีติดต่อสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวอย่างเข้าใจกัน ทั้งการรับนิตยสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาวจากต่างประเทศ อาทิเช่น อเมริกา อังกฤษ ยุโรป เยอรมนี และการติดต่อกับกลุ่มผู้สนใจและศึกษาอยู่ก่อน

ขณะเดียวกัน ในสหรัฐมีโครงการสืบหาสิ่งมีชีวิตที่มีภูมิปัญญานอกโลกที่รู้จักกันดีในนาม เซติแอตโฮม ( http://setiathome.berkeley.edu ) รับผิดชอบโดยห้องปฏิบัติการวิจัย วิทยาศาสตร์อวกาศ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย

โครงการดังกล่าวเริ่มต้นมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2542 ใช้ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์คลื่นวิทยุอเรซิโบเพื่อค้นหาสัญญาณวิทยุที่น่าจะเป็นสัญญาณที่ส่งมาจากสิ่งมีชีวิตที่มีปัญญานอกโลก

การค้นหาสัญญาณวิทยุของทีมงานคล้ายกับการจูนเครื่องรับวิทยุหาช่องสัญญาณที่กำลังส่งชัดเจน แต่เนื่องจากข้อมูลที่ได้จากกล้องโทรทรรศน์มีจำนวมหาศาล นักวิจัยประจำโครงการจึงพัฒนาซอฟต์แวร์ขนาดเล็กที่เปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการดาวน์โหลดลงเครื่องคอมพิวเตอร์พีซี ทุกครั้งที่คอมพิวเตอร์ออนไลน์ระบบจะคอยตรวจสอบดูว่าเครื่องพีซีว่างจากการใช้งานหรือไม่ ถ้าเครื่องถูกเปิดทิ้งไว้เฉยๆ คอมพิวเตอร์ศูนย์กลางจะใช้พลังประมวลผลของพีซีมาช่วยอ่านสัญญาณ

ปัจจุบัน มีคอมพิวเตอร์เข้าร่วมโครงการแล้ว 5.2 ล้านเครื่อง แต่ปัญหาของโครงการตามหามนุษย์ต่างดาวของสหรัฐนี้คือ ผู้เข้าร่วมโครงการถอนตัว และคอมพิวเตอร์ 1 ใน 3 เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในสถานการศึกษาและภาคธุรกิจ ซึ่งผู้ดูแลระบบมักกังวลด้านความปลอดภัยด้านการเจาะระบบข้อมูล แต่ปัญหาใหญ่สุดของโครงการนี้คือ ทุนสนับสนุน

ในต่างประเทศ การศึกษาเพื่อค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลกไม่ได้เป็นเรื่องเหลวไหล ตรงกันข้ามยังเปิดเวทีกระตุ้นความสนใจอย่างกว้างขวาง ดังเห็นได้จากนิทรรศการ “วิทยาศาสตร์สิ่งมีชีวิตจากต่างดาว” ที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และระบบดาวเคราะห์ของไมอามีจัดขึ้นเพื่อให้ความรู้แก่สาธารณชน นอกจากนี้ กลุ่มที่เชื่อและเคยมีประสบการณ์เผชิญหน้ากับมนุษย์ต่างดาวยังจัดประชุมประจำปีเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างสม่ำเสมอ

ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s